การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นกำลังเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในคอนมิเนียม บ้าน ที่ดิน ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ต่างมีนักลงทุนทั้งหน้าใหม่และมือเก่าเข้ามาร่วมลงทุนทำธุรกิจกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นสามารถที่ทำกำไรและสร้างรายได้ได้อย่างมากมาย ใช้เงินลงทุนไม่มากก็สามารถใช้เทคนิคและปรับเปลี่ยนให้หลายเป็นผลประโยชน์ อีกทั้งยังการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ตามความชอบ ตามความถนัดและโอกาสในช่วงเวลาๆนั้น เราไปดูกันเถอะว่าการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีแบบไหนบ้าง

 1. การเป็นนายหน้า จับเสือมือเปล่า

เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่จับเสือมือเปล่า และสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดีโดยที่ผู้เป็นนายหน้าไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแค่ต้องมีทักษะด้านการพูด การเจรจา ขยัน มีความอดทน และความรู้ในเรื่องการเลือกทำเลที่ตั้งและอสังหาริมทรัพย์ สำหรับการเป็นนายหน้านั้นก็สามารถทำได้โดยการหาคนที่ต้องการซื้อและคนที่ต้องการขาย มาเจอกันโดยผ่านตัวเรา ซึ่งส่วนมากรายได้จากการเป็นนายหน้าจะอยู่ที่ 2 – 5% จากราคาขายเต็ม รวมไปถึงข้อตกลงต่างๆตามเงื่อนไข ลองคำนวณดูว่าถ้าหากคุณเชื่อมโยงขายบ้านได้ราคา 10 ล้านบาท และได้ค่านายหน้า 2% ก็เป็นเงิน 200,000 บาทเลยทีเดียว

2. การลงทุนปล่อยเช่ารายเดือน

เป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่หลายคนนิยมอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายเดือน ที่เรียกได้ว่าเป็นเสือนอนกินเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ห้องเช่า คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ ที่จะมีการเก็บค่าเช่าทุกๆเดือน โดยทำงานเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น เพียงแค่เราจะต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เลือกทำเลที่ตั้งที่ถูก รวมไปถึงวางแผนด้านระบบการเงินให้ดี

การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

3. การลงทุนปล่อยเช่ารายวัน

กำลังมาแรงอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบปล่อยเช่ารายวัน ที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะคุ้นเคยการปล่อยเช่าห้องเช่า คอนโด บ้าน อพาร์ทเมนต์กันแบบรายเดือน แต่ถ้าหากทำเลที่ตั้งนั้นๆเป็นท่ต้องการ มีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก เป็นเมืองท่องเที่ยว ก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นที่พักรายวันเพื่อที่จะตอบโจทย์คนที่ต้องการความสะดวกสบายแต่ไม่เน้นราคาแพง เพียงแค่ลงทุนการตกแต่ง ให้สวยและน่าพักผ่อน แบ่งห้องเช่า ก็สามารถที่จะสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

นอกเหนือจากนี้ยังการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบเก็งกำไร การลงทุนโดยการเป็นผู้ประกอบการ การลงทุนแบบซ่อมแซม รีโนเวทและขาย การลงทุนกับผู้ลงทุนรายใหญ่หรือการลงทุนกับกองทุน เรียกได้ว่าเป็นช่องทางในการลงทุนที่ดีเยี่ยมและหลากหลาย เหมาะสำหรับนักธุรกิจอย่างแท้จริง

แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2018

เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักธุรกิจ นักลงทุนและบุคคลทั่วไป นำมาซึ่งการติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพื่อใช้ประกอบความรู้และการดำเนินกิจการต่างๆ และต่อมาในปี 2018 ที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ยังอยู่ในความสนใจของคนเป็นจำนวนมากที่อยากจะรู้ถึงข้อมูลต่างๆ ใน 2018 ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือมีอะไรที่ต้องระวังตัวบ้าง จะได้เห็นสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นหรือเปล่า  แล้วอสังหาริมทรัพย์รูปแบบไหนจะได้ความนิยมบ้าง ฉะนั้นไปทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้กัน

 แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2018

สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2018

สำหรับในปี 2018 ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้ทำการประเมินสถานการณ์ของที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปีนี้ และคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนมากกว่า 2.7 แสนยูนิต โดยคิดเป็นสัดส่วนของที่อยู่อาศัยแนวราบอยู่ที่ 55.8 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1.57 แสนยูนิต คอนโดมิเนียมหรือห้องชุดอยู่ที่ 44.2 เปอร์เซ็นนต์ หรือ 1.22 แสนยูนิต โดยที่อยู่อาศัยที่จะอยู่ในตลอดอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดก็คือ คอนโดมิเนียมหรือห้องชุด และรองลงมาคืน ทาวน์เฮ้าส์ ถัดมาเป็น บ้านเดี่ยว และที่เหลือคือ อาคารพาณิชย์และบ้านแฝด

 

สำหรับอัตราการดูดซับหรือสถานการณ์ด้านการขายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2018 นี้จะไม่มีจำนวนหน่วยเข้ามาเพิ่มภายในตลอด โดยได้คาดการณ์โดยเฉลี่ยไว้ว่าจะใช้เวลา 15 เดือนจึงจะขายหมด โดยตลาดบ้านแนวราบจะมีอัตราการดูดซับอยู่ที่ 17 เดือน ตลาดห้องชุดหรือคอนโดมิเนียมจะมีอัตราการดูดซับอยู่ที่ 13 เดือน ส่วนการประเมินสถานการณ์ทางตลาดของที่อยู่อาศัยภายในเขตกระเทพมหานครและปริมณฑลในปี 2018 นี้จะมีจำนวนกว่า 1.5 แสนยูนิต ซึ่งจะเป็นสัดส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบ 48.2 เปอร์เซ็นต์ คอนโดอยู่ที่ 51.8 เปอร์เซ็นต์ที่จะได้ความนิยมมากที่สุดในเขตกรุงเทพ รองลงเป็นทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ตามลำดับ

 

เทรนด์การซื้อและรวมกิจการ

ในปีนี้คุณจะได้เห็นถึงเทรนด์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะมีการซื้อและรวมกิจการขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีนี้ โดยในหนึ่งบริษัทสามารถที่จะร่วมลงทุนกับนักลงทุนหลายกลุ่มได้ โดยเราจะได้เห็นการร่วมทุนระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น และมีการผสมผสานในหลายๆอย่างมากขึ้น โดยจะมีการประกาศความร่วมมือให้เห็นกันอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับภาษีที่ดินของทางรัฐบาลนั้นก็จะมีการประกาศบังคับใช้ตามกรอบเวลาปกติตามที่เคยประกาศไว้ และในส่วนที่มีการกู้ไม่ผ่านนั้นก็จะมีการเจรจากับทางบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่จะช่วยรองรับผู้กู้ไม่ผ่านให้สามารถที่จะกู้เงินซื้อบ้านได้มากยิ่งขึ้น โดยเราจะสามารถเห็นตลาดขนาดเล็กและขนาดกลางเข้ามามีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้นอีกด้วย

 

รายใหญ่ครองตลาด

อย่างที่กล่าวไว้ว่า ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมานี้ได้มีเทรนด์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองเกิดขึ้นคือ มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนกับนักลงทุนไทยมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงปัจจัยด้านอื่นๆที่ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยังคงครองตลอดอย่างต่อเนื่องและสูงขึ้นในปี 2018 โดยทำเลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือในส่วนที่เป็นรถไฟฟ้าพร้อมทั้งยังมีออกแบบให้ทันสมัยและมีดีไซน์ที่เล็กกะทัดรัดลงอีกด้วย โดยในปัจจุบันนี้ได้มีรายใหญ่ที่กำลังครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 12 รายแรกอีกทั้งยังมีเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากมีความพร้อมหลายๆด้านทั้งเรื่องภาพลักษณ์ แบรนด์ เงินทุน ความสามารถในการทำตลาด

แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2018 2

 

ตลาดคอนโดมิเนียม

ในส่วนตลอดคอนโดฯ ในปี 2018 นี้จะมีการเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมีรถไฟฟ้าสายๆต่าง ปัญหาการหดตัวเมื่อเกิดน้ำท่วม โดยคอนโดฯ สามารถที่จะขายได้อย่างต่อเนื่องแม้จะไม่มีอนุญาตก็ตาม แม้กระทั่งแบรนด์ขนาดเล็กหรือขนาดกลางก็สามารถที่จะเข้ามาทำตลาดได้ เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมากโดยเราจะเห็นว่าในปัจจุบันนี้ได้มีการแบ่งส่วนตลาดที่ไม่จำกัดเฉพาะรายใหญ่เพียงอย่างเดียวแต่ยังมีรายเล็กรายใหญ่ร่วมกันไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำความเข้าใจไว้ว่ารายใหญ่ได้ครองตลาดไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว

 

นอกจากนี้ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องทำเลที่ตั้งเป็นหลักเนื่องจากมีการพัฒนาและปรับปรุงมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีการพัฒนายูนิตให้เล็กลงเนื่องต้นทุนที่แพง แต่ก็อยู่ในราคาที่ลูกค้ารับได้ โดยจะตกอยู่ที่ยูนิตละ 2-4 ล้านบาท เรียกได้ว่าปีนี้ถึงแม้ราคาที่ดินจะสูงขึ้นแต่ก็สามารถขายคอนโดได้ในราคาที่มากยิ่งขึ้น

 

และสิ่งที่กำลังมาแรงต่อจากธุรกิจคอนโดมิเนียมเลยก็คือทาวน์เฮ้าส์ที่จะสามารถเข้ามาตอบโจทย์มนุษย์เงินเดือนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ความสะดวก และตัวเลือกอื่นๆที่ได้มีพัฒนาให้น่าซื้อขายและเป็นที่ถูกใจของคนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น เราจะได้เห็นการพัฒนาทาวน์เฮ้าส์ให้ดูสวยโดดเด่นไม่แพ้บ้านเดี่ยวเลยทีเดียว

 

 

และนี่ก็เป็นแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัยพ์ 2018 ที่จะช่วยทำให้คุณได้ทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2018 นี้ไปต่อยอดกับการลงทุนและทำธุรกิจพร้อมทั้งหาช่องทางในการเติบโต

เช็คด่วน เกาะกระแส 4 เทรนด์อสังหาฯ ปี 2018

การลงทุนด้านอสังหาฯ กับปัจจัยต่างๆในการเลือกซื้อ

ข่าวคราวด้านอสังหาริมทรัพย์นั้นเรียกได้ว่ามีกระแสที่เปลี่ยนไปตลอดเวลาในแต่ละปี โดยเทรนด์ส่วนใหญ่ที่เป็นที่นิยมมักขึ้นอยู่กับแนวทางไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ลองมาเช็คเทรนด์อสังหาริมทรัพย์มาแรงประจำปี 2018 กันดีกว่าครับว่าในปีหน้าทั้งบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้น รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ จะมีการปรับทิศทางไปอย่างไรบ้าง

1.เน้นความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ปัจจัยหลักที่ทำให้หลายฝ่ายหันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในบ้านและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ก็คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุช่วงวัย 65 ปีขึ้นไป และปัจจัยเรื่องสุขภาพของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ โดยอาคารบ้านเรือนและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ในอนาคตจะเน้นการใช้งานวัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ มีความปลอดภัยในการใช้งาน และเพิ่มเทคโนโลยีอำนวยความปลอดภัย เช่น เซนเซอร์อัจฉริยะช่วยป้องกันการเสียหลักลื่นล้ม รวมไปถึงฟังก์ชั่นพื้นกันลื่นเป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวยังมีความสามารถที่รองรับกับระบบสาธารณสุขอีกด้วย

2.โฮมออฟฟิศแบบสมาร์ทฟังก์ชั่น

ปัจจุบันธุรกิจ Start-up เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล นอกจากนี้หนุ่มสายรุ่นใหม่ยังมีความรักอิสระและมีแนวคิดสร้างสรรค์ในการเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างธุรกิจของตัวเอง ทำให้การจัดสรรพื้นที่บ้านให้กลายเป็นโฮมออฟฟิศกลายเป็นเทรนด์หลักของกระแสอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปี 2017 และยังคงลากยาวไปถึงปี 2018 ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน แบ่งโซนทำงานและโซนพักผ่อน รวมไปถึงการเลือกใช้งานพื้นที่ครบทุกฟังก์ชั่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.บ้านขนาดเล็กแต่ครบครันทุกความต้องการ

กระแสอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตจะเน้นกลุ่มผู้ซื้อที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น เช่น กลุ่มคนโสด บ้านจะลดขนาดลงให้เหลือขนาดที่เพียงพอต่อความต้องการในการอาศัยอยู่คนเดียว มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ครบครันทุกความต้องการรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย

4.กลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่หรือเศรษฐี

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ต่างๆ โดยการเลือกซื้อที่ดินหรือบ้านทำเลทองเพื่อเก็งกำไรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปไปเป็นบ้านพัก บ้านเช่า หรือคอนโดมิเนียม การลงทุนต่างๆ เหล่านี้ก็ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2018 ครับ

และนี่ก็คือเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่จะมาแรงในปี 2018 มีทั้งเทรนด์เก่าที่ยังคงกระแสแรงอย่างต่อเนื่อง และเทรนด์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากแนวโน้มและปัจจัยด้านต่างๆ ของคนเมือง โดยเฉพาะการผสมผสานเทคโนโลยีแบบสมาร์ทไลฟ์ สมาร์ทโฮมเข้าด้วยกัน ส่วนใครที่สนใจข้อมูลของเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ก็สามารถไปค้นคว้าเพิ่มเติมหรือติดตามบทความต่อๆ ไปของเราได้นะครับ

นวัตกรรมเทคโนโลยี ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในโลกยุคดิจิตอลเทคโนโลยีเข้าแทรกซึมและยังประโยชน์ในทุก ๆ วงการไม่เว้นแม้แต่วงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีเทคโนโลยีหลายอย่างที่ทำให้การดำเนินการในด้านอสังหาริมทรัพย์พัฒนาและทันสมัยขึ้นมาก เป็นอีกข้อมูลหนึ่งที่น่ารู้น่าศึกษา และเทคโนโลยีบางอย่างยังมีประโยชน์ต่อคนทั่วไปไม่เฉพาะกับวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย มาตามเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทันแล้วคุณอาจจะต้องทึ่งกับนวัตกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น

 

1 Gis (Geographic information system)

นับเป็นเครื่องมือหนึ่ง เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้สำหรับค้นหาที่ดิน ด้วยการนำข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ของพื้นที่ต่าง ๆ มาประมวลผลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อวิเคราะห์สภาพท้องถิ่น สภาพของภูมิศาสตร์ ตำแหน่งบ้านเลขที่ ตำแหน่งที่ตั้งต่าง ๆลักษณะของผังเมือง ทำให้สะดวกในการหาทำเลที่เหมาะสมและวิเคราะห์ทำเลต่าง ๆ ในเชิงอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการเสาะหาพื้นที่ลงทุนได้อย่างแม่นยำ วิเคราะห์กลุ่มลูกค้าและความเหมาะสมในการสร้างสิ่งก่อสร้างในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทแวดล้อม โดยลดต้นทุนการสำรวจที่ยุ่งยากเดิม ๆ ได้อย่างมาก

 

2 แอพลิเคชั่นวัดระยะที่ดิน

ช่วยให้การวัดระยะที่ดินเป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเบื้องต้นทั้งก่อนลงสำรวจทำการรังวัดจริงและตรวจสอบหลังการรังวัดที่ดินจริง ทำให้เกิดความแม่นยำขึ้น ช่วยย่นระยะเวลา ประหยัดแรงงานคนในการลงภาคสนาม ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาให้คล่องตัวในกระบวนการและขั้นตอนที่ยุ่งยากให้ง่ายลง

 

3 แอพพลิเคชั่นช่วยวางผังเขียนแบบก่อสร้าง การประเมินราคาก่อสร้าง

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในรูปแบบของภาพสามมิติ ทำให้เกิดการสร้างมุมมองแบบสมจริงมากขึ้นเพื่อนำไปใช้กับการออกแบบโครงสร้างวิศวกรรมก่อสร้างรวมไปถึงการคำนวนประเมินราคาวัสดุก่อสร้างได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น

 

4 แอพลิเคชั่น มองที่ดินจากมุมมองสูง

ทำให้ทราบถึงตำแหน่งมุมมองซึ่งแม้แต่กลุ่มลูกค้าผู้สนใจในอสังหาเหล่านั้นก็สามารถสำรวจเบื้องต้นก่อน และได้ข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในเบื้องต้นได้ ทำให้ไม่เสียเวลาทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ได้กลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อจริงและเป็นประโยชน์โดยตรงต่อธุรกิจ

 

นอกจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงแล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่ประมวลผลข้อมูลช่วยในการดำเนินธุรกิจอสังหาได้ทางอ้อมอีก เช่นการประเมินจากข้อมูลฐานลูกค้า จากสถิติที่เก็บไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามกลุ่มคนประเภทและเจนเนอเรชั่นต่าง ๆ ทว่าแม้ว่านวัตกรรมเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาและช่วยในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้มากก็จริง แต่ก็มีข้อที่ควรระวังในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้อยู่ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือการระมัดระวังไม่ให้ข้อมูลสำคัญบางส่วนที่เกี่ยวเนื่องมีผลต่อธุรกิจโดยตรงรั่วไหลไป จากการขโมยแฮ็กข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลออนไลน์ในโลกของคอมพิวเตอร์ด้วย